การก่อสร้างอย่างยั่งยืน··8 นาที

Net Zero Building คืออะไร? และเหตุใดจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

อาคารที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืน พร้อมระบบพลังงานแสงอาทิตย์และองค์ประกอบที่ช่วยประหยัดพลังงาน

Net Zero Building คืออะไร? และเหตุใดจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้หลายประเทศและองค์กรให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น

อุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้างเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เนื่องจากอาคารมีการใช้พลังงานและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิตวัสดุ การก่อสร้าง การใช้งาน การบำรุงรักษา ไปจนถึงการรื้อถอน

ด้วยเหตุนี้ แนวคิด Net Zero Building จึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการพัฒนาอาคารที่คำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว

1. Net Zero Building คืออะไร?

Net Zero Building คือ แนวคิดการพัฒนาอาคารให้บรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามขอบเขตและวิธีการประเมินที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม คำว่า Net Zero Building สามารถครอบคลุมแนวคิดที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • Net Zero Energy: อาคารที่มีสมดุลการใช้และผลิตพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในรอบปี ตามวิธีการประเมินที่กำหนด
  • Net Zero Operational Carbon: อาคารที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานให้เหลือน้อยที่สุด โดยใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน และจัดการการปล่อยที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามกรอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • Net Zero Whole Life Carbon: แนวคิดที่ครอบคลุมทั้งการปล่อยคาร์บอนจากการใช้งานอาคารและการปล่อยคาร์บอนที่เกี่ยวข้องกับวัสดุและกระบวนการต่าง ๆ ตลอดวงจรชีวิตอาคาร

สำหรับบทความนี้จะเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของอาคาร (Operational Carbon) เป็นหลัก พร้อมพิจารณาความสำคัญของ Embodied Carbon ซึ่งเกิดจากวัสดุและกระบวนการก่อสร้าง

หัวใจสำคัญของ Net Zero ไม่ใช่การชดเชยการปล่อยคาร์บอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลดความต้องการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุด ก่อนจัดการการปล่อยส่วนที่ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยแนวทางที่เหมาะสม

2. องค์ประกอบสำคัญของ Net Zero Building

2.1 การออกแบบอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ (Passive Design)

การออกแบบอาคารอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถช่วยลดความต้องการใช้พลังงานตลอดช่วงการใช้งานอาคารได้

แนวทางที่สำคัญ ได้แก่

  • การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม
  • การลดความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้าสู่อาคาร
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของเปลือกอาคาร (Building Envelope)
  • การวางทิศทางอาคารและออกแบบระบบบังแดดให้เหมาะสม

แนวทางเหล่านี้ช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศและระบบแสงสว่าง พร้อมสนับสนุนสภาวะความสบายภายในอาคาร

2.2 ระบบอาคารที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน

ระบบประกอบอาคาร โดยเฉพาะระบบเครื่องกลและไฟฟ้า เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร

ตัวอย่างระบบที่สามารถนำมาใช้ ได้แก่

  • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง
  • ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างแบบประหยัดพลังงาน
  • ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation System: BAS)
  • ระบบตรวจวัดและบริหารจัดการพลังงาน

การออกแบบให้ระบบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการใช้พลังงานและสนับสนุนการบริหารอาคารในระยะยาว

2.3 การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)

การใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของอาคาร

ตัวอย่างการนำไปใช้ ได้แก่

  • ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV)
  • ระบบผลิตพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Solar Thermal)
  • การจัดหาพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งภายนอกที่เหมาะสม

การเลือกรูปแบบพลังงานหมุนเวียนควรพิจารณาจากความต้องการใช้พลังงาน พื้นที่ติดตั้ง สภาพแวดล้อม ข้อกำหนดทางเทคนิค และแนวทางการประเมินของโครงการ

2.4 การเลือกใช้วัสดุที่มีคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Materials)

นอกจากพลังงานที่ใช้ระหว่างการดำเนินงานแล้ว การพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืนยังต้องให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากวัสดุและกระบวนการก่อสร้าง

Embodied Carbon คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการผลิตวัสดุ การขนส่ง การก่อสร้าง การบำรุงรักษา การเปลี่ยนทดแทนวัสดุ และกระบวนการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานอาคาร

การเลือกใช้วัสดุที่มี Embodied Carbon ต่ำ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดของเสียจากการก่อสร้าง สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตอาคารได้

แม้ Embodied Carbon และ Operational Carbon จะเป็นคนละส่วนของการปล่อยคาร์บอน แต่การพิจารณาทั้งสองส่วนร่วมกันมีความสำคัญต่อการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืนในระยะยาว

3. Net Zero Building กับ Green Building ต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองแนวคิดจะเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของอาคาร แต่มีจุดเน้นที่แตกต่างกัน

Green Building เป็นแนวคิดการพัฒนาอาคารที่คำนึงถึงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ เช่น

  • การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การประหยัดน้ำ
  • การเลือกใช้วัสดุและทรัพยากรอย่างเหมาะสม
  • คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร
  • การจัดการของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ Net Zero Building มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายสมดุลสุทธิเป็นศูนย์ตามขอบเขตที่กำหนด เช่น Net Zero Energy หรือ Net Zero Operational Carbon

ทั้งสองแนวคิดสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ โดยโครงการที่ตั้งเป้าหมาย Net Zero อาจใช้แนวทาง Green Building เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาคารให้มีประสิทธิภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในภาพรวม

4. แนวโน้มการพัฒนา Net Zero Building

ความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้าง

ทั้งภาครัฐ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรธุรกิจ ต่างให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย แนวคิดการพัฒนาอาคารประสิทธิภาพสูงและอาคารคาร์บอนต่ำได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในโครงการอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้าน ESG (Environmental, Social and Governance)

เมื่อความต้องการด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้น การนำเป้าหมายการลดคาร์บอนมาพิจารณาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

5. บทบาทของ Project Management และ Construction Management

การพัฒนาอาคารให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะการออกแบบหรือเลือกใช้วัสดุเท่านั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายตลอดวงจรการพัฒนาโครงการ

Project Management (PM) และ Construction Management (CM) สามารถสนับสนุนการบูรณาการเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการวางแผน การประสานงานออกแบบ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง และการส่งมอบโครงการ

บทบาทสำคัญ ได้แก่

  • การวางแผนโครงการ: สนับสนุนการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน ข้อกำหนดของโครงการ และแนวทางดำเนินงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • การประสานงานระหว่างสาขาวิชาชีพ: ประสานงานระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
  • การควบคุมคุณภาพ: ติดตามและตรวจสอบงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ ข้อกำหนด และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโครงการ
  • การบริหารต้นทุนและระยะเวลา: สนับสนุนการบริหารงบประมาณ แผนงาน และคุณภาพ ควบคู่กับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  • การประสานงานด้านวัสดุและการจัดซื้อจัดจ้าง: สนับสนุนการพิจารณาวัสดุและอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการ
  • การประสานงานทดสอบระบบและส่งมอบ: สนับสนุนการทดสอบระบบประกอบอาคาร การตรวจสอบความพร้อม และการจัดเตรียมเอกสารส่งมอบ

การบริหารโครงการอย่างเป็นระบบช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน และสนับสนุนให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้รับการพิจารณาตลอดกระบวนการก่อสร้าง

6. มุมมองจาก ONE-M

การพัฒนาอาคารในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงประโยชน์ใช้สอย ต้นทุน และประสิทธิภาพในการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการบริหารทรัพยากรในระยะยาว

Net Zero Building จึงไม่ใช่เพียงแนวโน้มที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการพัฒนาอาคารและอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างยั่งยืน

บริษัท วันแมเนจเม้นท์ จำกัด (ONE-M) ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารโครงการที่ผสานเป้าหมายด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

ONE-M มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาโครงการผ่านบริการ Project Management และ Construction Management อย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่เจ้าของโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ภาพโปรไฟล์ของ อรชพร ธินนท์

เขียนโดยอรชพร ธินนท์

ติดต่อเรา

ร่วมกันสร้างโครงการต่อไปของคุณ

บอกเราเกี่ยวกับโครงการของคุณ ทีมงานของเราพร้อมช่วยวางแผน ควบคุมต้นทุน และส่งมอบงานอย่างมั่นใจ ตั้งแต่แนวคิดจนถึงการส่งมอบ